ประวัติ
วิหารแห่งอาบูซิมเบลนั้นตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของประเทศ บริเวณนี้เดิมเรียกว่า นูเบีย เนื่องจากเป็นที่ตั้งของชนเผ่านูเบียน แต่เนื่องจากอาบูซิมเบลนั้นอยู่ไกลจากเมืองหลวง ทำให้ฟาโรห์ต่างหวาดระแวงว่าพวกนูเบียนจะเข้ามาครอบครองดินแดนแห่งนี้ ทำให้ต้องมีการสร้างสิ่งก่อสร้างขึ้นมาเพื่อข่มขวัญพวกนูเบียน จึงมีการสร้างวิหารอาบูซิมเบลขึ้นมาวิหารแห่งนี้สร้างโดยฟาโรห์รามเซสที่ 2 กษัตริย์แห่งราชวงศ์ที่ 19 ของไอยคุปต์ โดยการสร้างแบบสกัดหน้าผาเข้าไป หันหน้าไปยังทะเลสาบนัสเซอร์ อายุประมาณ 3,200 กว่าปี โดยพระองค์หวังว่าจะให้พวกนูเบียนนั้นเห็นถึงฤทธานุภาพของพระองค์ จะได้ไม่เข้ามารุกรานดินแดนไอยคุปต์โดยใช้เวลาสร้างราว 20 ปี จึงแล้วเสร็จ มีความกว้าง
เมื่อเดินเข้าสู่ภายในวิหารจะพบห้องโถงใหญ่ที่เรียกกันว่า Hypostyle Hall ซึ่งดูอลังการด้วยเสาที่สลักเป็นรูปของฟาโรห์รามเซสที่ 2 โดยอยู่ในเครื่องทรงแบบเทพโอซิริสจำนวน 8 ต้น เทพโอซิริสนั้นถือว่าเป็นเทพแห่งปรโลกผู้ปกป้องผู้วายชนม์ ทำให้สร้างความขลังให้กับตัววิหารมากยิ่งขึ้น ส่วนผนังภายในวิหารนั้นจะถูกแกะสลักเป็นภาพนูนต่ำว่าด้วยเรื่องราวเกี่ยวกับการทำศึกสงครามของฟาโรห์รามเซสที่ 2 โดยภาพที่แสดงชัยชนะของพระองค์เมื่อครั้งสู้รบกับพวกฮิตไทต์
เมื่อเดินลึกเข้าไปด้านในสุดจะพบกับห้องที่สำคัญที่สุดของวิหารแห่งนี้ เป็นห้องขนาดเล็กที่อยู่ลึกสุดถึง 47 เมตรจากปากทางเข้า ภายในห้องจะมีรูปสลัก 4 รูปนั่งเรียงกันอยู่ติดกับผนังโดยเรียงจากซ้ายไปขวาคือ เทพพทาห์ (Ptah) ซึ่งเป็นเทพประจำเมืองเมมฟิสเมืองหลวงแห่งแรกของอียิปต์โบราณ ถัดมาจะเป็น เทพอามุน-รา (Amun-Re) เทพประจำเมืองธีบส์เมืองหลวงในสมัยของพระองค์เอง ถัดไปองค์ที่สามคือ ฟาโรห์รามเซสที่ 2 ในฐานะสมมุติเทพ และขวาสุดจะเป็น เทพเร-ฮอรัสตี้ (Re-Harakhti) ซึ่งเป็นเทพประจำเมืองเฮลิโอโปลิสที่เคยเป็นเมืองหลวงเช่นกัน
หลังจากหมดยุครามเซสที่ 2 แล้ว วิหารแห่งนี้ก็ถูกทิ้งและหลงลืมไปจนถูกทรายทับถมไปทีละนิดๆ เมื่อเวลาผ่านไปหลายร้อยหลายพันปีจนเหลือแต่ส่วนหัวและไหล่ของรูปสลักภายนอกเท่านั้นที่โผล่พ้นกองทรายให้เห็น จนเมื่อเกือบสองร้อยปีนี่เองที่ได้มีการค้นพบวิหารอาบูซิมเบลโดยนักเดินทางชาวสวิสชื่อ Ludwig Burckhardt เมื่อปี ค.ศ.1813 แต่ก็ยังไม่ได้เข้าไปสำรวจภายในวิหารเนื่องจากทรายนั้นได้ปิดทับทางเข้าไว้หมด ถัดมาในปี 1817 นักสำรวจชาวอิตาเลี่ยนนามว่า Giovanni Battista Belzoni ก็ได้ขุดกองทรายและเข้าไปสำรวจภายในได้สำเร็จ แต่วิหารแห่งนี้เริ่มเป็นที่รู้จักของชาวโลกมาขึ้นเมื่อนักเดินทางผู้มีฝีมือวาดรูปที่หาตัวจับได้ยากอย่าง David Roberts ชาวอังกฤษได้เดินทางสำรวจโบราณสถานไปทั่วทั้งอียิปต์และมาถึงที่อาบูซิมเบลเมื่อเดือนพฤศจิกายน 1838 ได้วาดรูปโบราณสถานทั่วอียิปต์ไว้แล้วนำออกตีพิมพ์เผยแพร่ให้ชาวโลกได้รับรู้ นั่นเองที่ทำให้วิหารแห่งนี้กลับมาได้รับความสนใจจากคนทุกมุมโลก